sutthida's profileturtledentist's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    March 30

    วันที่ฝนทำท่าจะตก...

    ขณะนี้เวลา 15.45 นาฬิกา วันที่ 29 มีนาคม 2550
    มันเป็นวันที่ฝนทำท่าว่าจะตก...
    .....อ่ะมันร้อนมากๆเลยนะ ยิ่ง 2 สามวันมานี้ร้อนจนหายใจแทบไม่ออก...จะร้อนไปถึงไหนห่ะ
    เลยทำให้(หัว)ใจเค้าร้อนตามเลย..หุหุ  ช่วงนี้ไม่หงุดหงิดบ่อยมาก...แค่มีอะรัยที่มันมาสะกิดหน่อยๆ...มันก้อพร้อมจะระเบิดได้เลย
    เหมือนเมื่อวานนี้..คอมโดนไวรัส...แล้วก้อเลยเอาไปซ่อม...อดเล่น 1 วัน...เอากลับมาวันใหม่..
    .พ่อก้อลงโปรแกรมใหม่...โปรแกรมอะรัยไม่รู้
    รู้แต่ว่าเล่นไม่ได้...เปิดไม่ได้...และข้อมูลหายหมด...อยากจะบ้าตาย...เพลงที่โหลดไว้  โปรแกรมที่โหลดมา
    .เค้าแทบอยากจะทุบคอมทิ้งแล้วไปซื้อใหม่เลยนะ...อารมณ์นั้น
    แล้วมันเลยทำให้เค้าพาลอารมณ์เสียใส่แม่ด้วย.ซวยไปตามๆกัน...
    สรุปว่าเอาไปซ่อม 2 วัน แล้วก้อไม่มีอะรัยหายไป..ทุกอย่างก้อเหมือนเดิม
    เค้าก้อไม่โกรธพ่อ..ไม่หงุดหงิดใส่แม่
    เพราะว่าเมื่อวานพอรู้ว่าอารมณ์ไม่ดีแล้วเค้าก้อรีบขึ้นไปอยู่บนห้องคนเดียว..เพราะถ้าอยู่ต่อไป..หึหึ...พายุเข้าแน่ๆ
    ก้อไม่รู้ไปเอานิสัยแบบนี้มาจากไหน  แล้วก้อไม่ชอบด้วยที่เป็นแบบนี้....บางทีก้ออาจจะเพราะว่าเป็นตัวเองมากไปหน่อย...จิงมันคือเอาใจตัวเองน่ะนะ
    เค้าก้อมานั่งคิดว่า..แล้วเมื่อวานกรูเป็นบ้าอะรัยวะ...มันโชคดีนะที่วันนี้ทุกอย่างมันเหมือนเดิม...ไม่มีใครโกรธเค้าด้วย
    น่าสงสารพ่อกับแม่เหมือนกันที่มีลูกแบบนี้ หุหุ  แต่ตามสภาพความเป็นจิงๆเค้าไม่ได้เป็นแบบนี้บ่อยหรอกนะ...ไม่ต้องกลัวกัน 
    มันก้อแค่พายุในฤดูร้อน แล้วก็.....
    พายุมันไม่ได้มีทุกวันหรอกจิงมั้ย
    ps....คำเตือน  พอฝนทำท่าจะตก...คุณควรจะหาร่มหรือไม่ก้อที่หลบฝนซะ
          คำเตื่อน(อีกที)  เพราอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทิฟฟี่ แผงสัเขียว กินซะ
            แล้วตกลงว่าวันนี้ฝนมันจะตกมั้ย
    March 23

    Friday I'm in LOve..

    ทุกคืนวันศุกร์ฉันนอนไม่ค่อยจะหลับ...ฉันออกไปเที่ยวคนเดียว...
     
    วันนี้วันศุกร์..วันสุข...รึว่าวันสุก...จะอะรัยก้อช่าง...แต่ว่ามันเป็น Friday I'm in Love
    ^_^ เขินเหมือนกันนะเนี่ยแต่ให้เก็บไว้ก้อคงจะไม่ได้แล้วล่ะ....เพราะรู้สึกว่าฉันตกหลุมรักคุณเข้าแล้วล่ะ...
           จิงๆก้อรู้จักมานานแล้วล่ะ...เมื่อก่อนก้อชอบอยู่เหมือนกัน...แต่ว่าตอนนี้รู้สึกมันมากกว่านั้น
           ก้อน่ารักซะขนาดนี้จะให้อดใจได้ยังงัยล่ะ...จิงมั้ย..
    ......
    ........
    ..........ไม่ต้องสงสัยหรอกว่า....เอาอีกล่ะ....ใครมาทำให้หัวใจมันเคลื่อนไหวอีกล่ะ...
    ก้อไม่ใช่ใครที่ไหน...ก้อรู้จักกันดีอยู่เเล้ว  น่าน...ไม่ใช่คนนั้นโว้ย...(คนนั้นก้อใช่เหมือนกันแต่ไม่ใช่ตอนนี้5555555+++) 
    หมายถึง พี่บอยตรัย ตะหากล่ะ..เรื่องเริ่มต้นจากว่า...ได้อ่านหนังสือนของพี่บอยเค้าที่ชื่อว่า..
    ร้อยเพลงแห่งความโดดเดี่ยว...จิงๆตั้งใจจะซื้ออ่านตั้งนานล่ะ..แต่ก้อไม่รู้ลืมไปได้งัย...
    อาจเพราะว่าจิงๆแล้วเค้าก้อชอบพี่บอยตรัยนะ...
    แต่ว่าก้อไม่ได้อะรัยมาก....จนได้มาอ่านหนังสือนี่แหละ....โหพออ่านแล้วก้อแย่ล่ะ...ชอบล่ะ...ผู้ชายคนนี้...น่ารักดีนะ.
    เหมือนเพลงที่เค้าแต่งเลยนะ...ความหมายคือชอบเพลงอยู่เเล้ว...ขอบอกว่าชอบทุกเพลงจิงๆนะ
    พอได้มาอ่านก้อจะรู้ว่าเพลงนี้มันมาจากไหน...ทำไมเค้าถึงแต่งเพลงนี้ออกมา
    ก้อเลยไปกันใหญ่...แล้วพี่เค้าก้อเก่งมากเลยนะ....พอดูรายชื่อเพลงที่เค้าแต่งก้อเฮ้ย!!!...นี่มันเป็นเพลงที่ดังทุกเพลงเลยนะ
    แล้วมันก้อเพราะทุกๆเพลง.....เป็นไปได้งัย..พอฟังแล้วก้ออยากจะเอาเพลงทั้งหมดที่มีในหนังสือ  100 เพลงนั้น่ะมาเปิดฟังแล้วก้ออ่านไป
    เป็นหนังสือที่คุ้มมากๆเลยนะ...295บาท..ได้ซีดี 1แผ่น 
     ได้หนังสือเพลงเอาไว้ฝึกร้องเล่นกีตาร์ 1เล่ม
    ถ้าเอาไปมอบให้ใคร....อาจได้หัวใจแถมกลับมาก้อได้นะ...
    เหมือนช่วยเค้าขายของยังไงก้อไม่รุ้....ก้อลองไปอ่านดูก้อแล้วกัน
    อันนี้เเนะนำสำหรับคนที่ชอบฟังเพลงน่ะนะ...โดยเฉพาะถ้าชอบ บอยตรัยอย่เเล้ว..ก้อไม่น่าจะพลาด....มันคงซื้อมาอ่านานแล้วล่ะ
    ....ที่อ่านไปแล้วจำได้....สงสัยมันโดน..
    ...ฉันรอได้ไหม..Triumphs Kingdom [Twice TK]
       เพลงนี้พี่บอยบอกว่า..........เมื่อถอยไปถึงตรงที่ไม่มีทางไหนให้เดินไปได้อีกแล้ว...
                                      เหลือเพียงการกระทำเพียงอย่างเดียวที่ยังสามารถทำได้คือ...รอ
                                      ซึ่งการรอนั้นแหละจะพิสูจน์หัวใจของเราที่มีต่อเค้า
                                      หรือไม่ก็พิสูจน์หัวใจของเรา กับตัวเราเอง...^_^
    ...ทำไม่ได้ (I can't)   บอยร้องเอง-sleeper 1
       เพลงนี้บอยบอกว่า............บางที
                                      ถึงเราจะเข้าใจ..แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าเราต้องทำได้.....ใช่มั้ยครับ .(ถูกต้องที่สุด)
     
    ps...space มีตัวนับแล้วนะ....เย้ๆ...ขอบคุณน้องรัดที่สอนนะ....          
           กะจะเอาเพลงลงให้ฟังด้วย..เนตช้าเกิน...เอาไว้ก่อนล่ะกัน...ชอบเพลงที่ 2 มากกว่า
    March 19

    ทะเล...รถไฟ...แมงกระพรุนไฟและก๋วยเตี๋ยว

    กลับมาแล้ว....กับการผจญภัย..
    ...นั่งรถไฟไปทะเล...ลัลลัลล้า...ปู๊นปู๊น....
    ต้นทางคือนครปฐม...ปลายทางก้อคือ...บ้านชะอำ...ราคาตั๋ว...29บาทถ้วน....
    เต่ามารถไฟ...รถไฟพาเต่ามา...เคยท่องมั้ย...ตอนประถมอ่ะ..หุหุ...
    รถไฟร้อน....สมชื่อจิงๆ...แล้วก้อนั่งมอไซค์รับจ้างไปหาด...แล้วก้อที่พัก....ก้อสวยดีนะ...ติดทะเล..
    มากัน  2  คน...รู้สึกเป็นฮันนีมูนยังไงไม่รู้...หุๆ..
    และก้อไปนั่งเล่นริมหาดกัน...เดินตั้งนานกว่าจะมีคนสนใจ...สุดท้ายได้นั่งหน้าเลย...หุหุ
    แล้วก้อกิน...กิน...กิน...แล้วก้อ...เล่นน้ำๆ..อ่ะ...คลื่นดีจิง...เป็นกระดานโต้คลื่นจิงๆ...หุๆ
    แล้วแล้วประสบการณ์ใหม่ๆนอกจากการขึ้นรถไฟครั้งแรกก้อได้เกิดขึ้น...ท่านคือผู้โชคดี...
    อ่ะ...แมงกระพรุนไฟ...แบบว่าแสบสุดๆๆ...ตอนแรกนึกว่าไม่เป็นรัย...พอสักพัก..อ่าบวมแล้วคับๆ..อ่าปวดแล้วคับ..
    ทำไงดี...อดเล่นต่อเลย...แล้วยังมีคุณน้องร่วมชะตากรรมอีก...ถามว่า..พี่คับๆ..โดนแมงกระพรุนไฟไปไหนดีคับ...ผมปวดมากเลย.
    อ่ะ..คุณน้องขาพี่ก้อปวดเช่นกันค่ะ...แต่สุดท้ายก้อรู้ว่าต้องไปเอายาที่ๆเหมือนสถานีตำรวจ...อ่ะ..คุนน้องคนนั้นนะ...ไปผิดทางล่ะ..
    อ่ะ...หายไปแล้วล่ะ...น่าสงสารจิง...
    ...ทะเลกลางคืนน่าสนุกดี...อยากนั่งริมหาด..ดีดกีต้าร์..ร้องเพลง...บรรยากาศชิวชิว...แต่...เราทำได้แค่...ปั่นจักรยาน...
    ก้อมากัน..2คน..นี่หว่า...อีกอย่างเป็นสาวสวยทั้ง  2  คนด้วยหุหุ...อันตราย..
    ...แล้วสุดท้ายก้อนั่งรถไฟกลับ...ปู๊นปู๊น...อ่ะ..ได้ลองกินก๋วยเตี๋ยวรถไฟด้วย...5บาท..หุหุ..ห้าบาทจิงๆ
    ...ps...ไปทะเลครั้งนี้...ไม่รู้มาเที่ยวรึว่ามาพัก...แต่มันก้อเหนื่อยเหมือนกันนะ...เป็นการมาทะเลที่เงียบมากหุหุ...
             ตั๊กสงสัย...ว่ามีใครมาทะเลคนเดียวมั้ย...คงมี...แต่คงไม่ได้มาเที่ยวหรอก..มาพัก....ใจ..มากกว่า..หุหุ
            ...ข้อเสียของการไปทะเลกันแค่..2 คน...อ่า..ใครจะถ่ายรูปให้เราว่ะ...
            ....
    ....................ผมค้นพบว่าน้ำทะเลกับน้ำในตา...รสชาติไม่ได้ต่างกันเลย.............คิดถึงเพลงนี้จัง...
     
           
    March 16

    วันที่....ไม่ได้มีแค่หัวใจที่เคลื่อนไหว

    อ่ะ....ถึงเวลาพักร้อนจิงๆล่ะ.....
    เต่าตัวนี้คงต้องออกไปผจญภัยในโลกกว้างซะหน่อย
    ....
    แบบว่าคิดถึงเพลงนี้ยังไงไม่รู้
    อากาศร้อนๆ.....ตอนบ่ายๆกับวันสุดท้ายที่เธอลาไป
    รึว่าเพลงนี้ดี
    ยืนมองท้องฟ้าไม่เป็นเช่นเคยฤดูร้อนไม่มีเธอ....เหมือนก่อนเหมือนเก่าขาดเธอ....
    อ่า...ทำไม่มีเเต่เพลงเศร้าๆว่ะ...
     
    แตตอนนี้ไม่ได้เศร้านะ...เพราะว่าวันนี้ไม่ได้มีแค่หัวใจที่เคลื่อนไหว..
    แต่ตัวก้อจะเคลื่อนตาม(ใจ)ไปด้วย
    ...ว่าแต่ว่าจะไปตามที่ไหนดีอ่ะ....
    กลับมาเด๋วก้อรู้
    ..
    ...
    ps..ไปทำผมมาแบบว่าหัวฟูมาก...อยากทำมานานล่...555สะใจจริงๆ
        ..ไม่มีอะรัยจะบอก...บอกไม่ได้...หรือไม่ได้บอก.....แอบงง...หึหึๆ
      
    March 11

    มันนานมาแล้วนะ...

    ไม่ได้ดูหนังแล้วช่วงนี้แล้วตอนนี้ก้อกลับบ้านมาแล้ว
    แล้วมันก้อช้ามาก...อินเตอร์เนตบ้านเนี่ย...เล่นๆไปก้อหงุดหงิดมากมาย
    ...
    เอาเพลงเก่าๆมาฟัง...ฟังแล้วก้อคิดถึงเรื่องเก่าๆ...ทั้งที่มันไม่ใช่เพลงเศร้า...
    แต่ทำไมฟังแล้วมันเศร้า...มันเหมือนกับเพลงนี้มีเหตุการณ์บางอย่างเกี่ยวข้องอยู่...ทำไม่รู้สึกอย่างนั้น
    เหมือนกับเพลงนี้....ภาพเวลาเดิมๆ..good september
    รึว่าตอนนี้มันเป็นเวลา 5 โมงเย็น Serotonin หลั่งมาก...อารมณ์มันเลยดิ่ง...เหอๆ
    อาจเป็นแบบนั้นจริงๆ...
    ...
    ....
    บางทีเราก้อหลอกตัวเองว่าเราลืมเรื่องราวเหล่านั้นไปแล้ว...แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้นเลย
    ทุกเรื่องยังอยู่ในความทรงจำ...มันหมุนไปมา...เหมือนโลกหมุนรอบตัวเอง...เมื่อไหร่ทีมันหมุนมาอยู่ในแนวเดียวกัน
    กับดวงจันทร์...และดวงอาทิตย์....มันก้อจะเกิดสุริยุปราคา...โลกมืดลงชั่วขณะ...
    เมื่อความทรงจำหมุนย้อนกลับมา...หัวใจเราอาจมืดมน...เหมือนตอนเกิดสุริยุปราคา
    แต่ว่าสักพัก...มันก้อจะสว่าง...แค่รอเวลา...เวลาที่เราจะหมุนรอบตัวเอง...และเคลื่อนที่ออกไป
    ....ฉันเรียกวันเหล่านั้นว่า...วันที่หัวใจเคลื่อนไหว
    ..
    ps...มีคนบอกว่า...วันศุกร์ เป็นวันที่หัวใจเคลื่อนไหว...น่าจะเติมต่อว่า...มากที่สุดด้วยนะ
          เหมือนจะไม่รอ...แต่ก้อรอ...เหมือนจะไม่สนใจแต่ก้อสนใจ...เเหมือนไม่รู้สึกอะไร...แต่ก้อรู้สึก
          แต่ทุกอย่างก้อดูแค่...เหมือน
     
     
     
    March 08

    ตอนที่ 5

    ไม่น่าเชื่อว่าจะไปดูมาจิงๆ...หอแต๋วแตก...ความหมายคือเพื่อนเลี้ยง...ก้อฮาดีเหมือนกันนะ
    ....
    และอีกเรื่อง...She'man...หนุกดี..แอบแมนมากิ๊กแมน...
    ไว้เล่าคราวหลัง
    ps....หิวข้าว...
       ....ดูหนังเยอะมาก...แล้วหนังสือล่ะ...อ่านรึยัง
     

    ตอนที่ 4...Just my luck

    ...ตอนที่ 4  just my luck
    ....
    คุณคิดว่าที่คุณเจอผมเป็นโชคร้ายหรอ????...
    ......
    ...ไม่มีโชคดีผมก็อยู่ได้...เพราะคุณจะอยู่กับผม...
    ..WoW!!!!!!
    March 07

    ตอนที่ 3 fly daddy fly

    ไปหามาดูซะ...ขำๆ...ซึ้งๆ..หล่อๆ  เหอะๆ
    ดูแล้วจะรักพ่อ...มากกว่าเดิม...
    Fly Daddy fly You Are my Hero...
    ...จะบอกแค่นี้แหละ
    ps....วันนี้มี อีก 2  เรื่อง  ..
           พรุ่งนี้อีกเรื่อง...เพื่อนชวนดุ หอแต๋วแตก...555++ไม่คิดว่าจะได้ดูหรอกนะ
    ...
     

    I want to fly well I want to fly well หากแต่ฉันไม่รู้วิธีบิน

    เพลงเพราะมากๆ
    ...I want to fly well Iwant to fly well หากแต่ฉันไม่รู้วิธีบิน
    ...I want to fly well Iwant to fly well ใครก็ได้ช่วยสอนฉันที
    ฉันจะวาดเส้นขอบฟ้า  skyline
    ฉันไม่รู้ว่าจะบินอย่างไร จะบินได้มั้ยก็ยังไม่เข้าใจ
    ...I want to fly well Iwant to fly well แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็จะบินไป
    ...I want to fly well Iwant to fly well เพื่อจะได้เรียนรุวิธีบิน
    ...I want to fly well Iwant to fly well มีแต่ต้องบินออกไปยังท้องฟ้าเท่านั้น
    to skyline
    ....ชอบเพลงมากๆ...เพลงอีกแล้ว...แต่ยังหาไม่ได้..รู้สึกว่ามันจะเป็นซีรี่ส์ด้วย...แต่อยากได้ที่เป็นเพลงหนัง...
    หายากเหมือนกัน...บังเอิญไม่ใช่แฟนคลับซีรี่...สงสัยต้องหาผู้ช่วย
    ...เรื่องมีอยู่ว่า  คาโอรุ  ไม่เข้าเรียนในโรงเรียนตามปกติ แต่ไปร้องเพลงที่จัตุรัสหน้าสถานีรถไฟพร้อมกีต้าร์ทุกๆคืน วิถีชีวิตของเธอแตกต่างจากคนทั่วไป เธอพักผ่อนตอนกลางวัน และตื่นตอนกลางคืน คาโอรุป่วยเป็นโรค Xeroderma pigmentosum (โรคแพ้แสง UV) ...(พึ่งเคยรู้จักนะเนี่ย)  โดนแสงแดดไม่ได้ การร้องเพลงเป็นสิ่งเดียวที่ผลักดันชีวิตเธอ และเชื่อมต่อเธอเข้ากับโลกภายนอก แล้ววันหนึ่งเหตุการณ์ที่พลิกชีวิตเธอก็เกิดขึ้น

    คาโอรุมักจะกลับบ้านเวลาตี 4 ก่อนพระอาทิตย์จะขึ้น จากหน้าต่างห้องของเธอ มองออกไปภายนอก เธอเห็นเด็กมัธยมปลายคนหนึ่ง ยืนอยู่พร้อมกระดานโต้คลื่นในมือ มันกลายเป็นกิจวัตรสำหรับเธอไปแล้ว ที่จะคอยเฝ้ามองเขาและเพื่อนๆไปที่ทะเลในทุกเช้า ก่อนที่เธอจะเข้านอน

    และแล้วโชคชะตาก็ ทำให้คน 2 คน ที่ไม่เคยเจอะเจอกันเลยในยามที่พระอาทิตย์ทอแสงมาเจอกัน ต่างคนต่างตกหลุมรักซึ่งกันและกัน และนัดพบเจอกันเสมอในยามค่ำคืน แต่แล้ววันหนึ่ง ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้โคจิซึ่งไม่ทราบอาการป่วยของคาโอรุมาก่อนได้รู้ความจริง คาโอรุเลือกที่จะละทิ้งรักแรกของเธอ และบอกกับตัวเองว่า “เพราะฉันไม่เหมือนคนปกติทั่วไป ฉันควรจะหักห้ามใจตัวเอง ไม่ให้ฝันหวานถึงชีวิตที่มีความสุข” คาโอรุละทิ้งแม้กระทั่งการร้องเพลง แต่โคจิก็ได้ให้ความกล้ากันเธออีกครั้ง โดยบอกกับเธอว่า “เรามาเจอกันเฉพาะตอนกลางคืนก็ได้นี่นา” และให้ของขวัญที่พิเศษสุดกับเธอ

    คาโอรุเริ่มใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังท่ามกลางความเสี่ยง พร้อมกับความสิ้นหวัง แต่โคจิก็เป็นเหมือนแสงสว่างในใจเธอ ทำให้เธอต้องการจะกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง ในขณะเดียวกัน ของโรคร้ายก็ขยายตัวอย่างเงียบๆ มันเริ่มกดระบบประสาทของเธอ ทำให้เธอไม่สามารถเล่นกีต้าร์ได้อย่างที่ต้องการ
     
    จะบอกว่าดูแล้วร้องให้ด้วย...
    ชอบตอนร้องเพลง...แล้วก้อชอบตอนที่..นางเอกใส่ชุด..กันแสง..(มันเหมือนชุดมนุษย์อวกาศมากๆ)
    ใส่ชุดแบบนั้นกลางแดดร้อนๆ...มันก้อร้อนน่ะนะ..(มีเหตุผลนะเนี่ย) พ่อนางเอกก้อเลยบอกว่า...ถอดออกเลยดีกว่า..
    นางเอกก้เลยตอบว่า..ถอดออกก้อตายสิ...(เออว่ะ..พ่อจะฆ่าลูกรึงัย)
    นางเอกบอกว่า...ถึงจะต้องใช้ชีวิตแบบนี้...แต่ก้อจะต้องใช้ให้นานที่สุด..เท่าที่จะมีได้
    หมายความว่า...แม้เวลาจะมีน้อย...เราก้อมีความสุขได้..(จะรีบตายไปทำมัย)
    ...นั่นสิ...แล้วอย่างเรานี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเวลาจะหมดเมื่อไหร่....
    ...ต้องใช้ให้มันคุ้มค่าที่สุด
    ...เหมือน...ปิดเทอมอันสั้นนี้...เหอๆ
     
    ps. ... สำหรับบางคน   I want to fly well I want to fly well  หากแต่ฉันไม่รู้วิธีบิน...
             แต่กับบางคน    I want to fly well I want to fly well  ถึงจะรู้วิธีบิน...ก้อบินไม่ได้อยู่ดี...เพราะฉันเป็นแค่...
             "นกกระดาษ"

    ว่างมาก...มากไปรึเปล่า

    วันที่ 7 มีนาคม 2550...ปิดเทอมมาหลายวันไม่ณุ้จะทำอารัยดี...มันว่าง
    ว่างแต่คิดไม่ออกว่าจะทำรัย...จะไปเที่ยว..ตังค์ก้อไม่มี...
    วันๆก้อเลยนั่งออนเอ็ม...ออนมันไป...ไปเรื่อยๆ...
    ตอนไม่ว่างมีอะรัยอยากทำมากมาย...แต่พอเวลามันเหลือกลับคิดไม่ออก...
    อาจเพราะว่าเราเคยชินกับการทำอะรัยตลอดเวลามั้ง...ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
    .....
    .....ดูหนังไป  3  เรื่อง โหลดเพลง..เป็นร้อย...ฟังแทบไม่ทัน
    จะเล่าให้ฟัง...ถึงหนังที่ไปดูมา...แนะนำอย่างยิ่ง
     
    ตอนที่ 1..Devil wears Pradra  ยัยตัวร้ายใส่ ปราด้า
    ...เรื่องก้อคือยัยตัวร้ายเป็นเจ้าของนิตยสาร Run Way นิตยสารเกี่ยวกับแฟชั่นที่ดังมาก
    ขอบอกว่า sheเริ่ดมาก..แล้วก้อร้ายมากๆ
    ส่วนางเอก...ก้อเป็นคนธรรมดา..ที่ไม่มีความรู้เรื่องแฟชั่นเลย..แต่งตัวแย่ๆ..out ขั้นสุด
    ความตั้งใจก้อคือ..ต้องทำงานให้ครบ 1 ปี เพื่อจะได้เป็นใบเบิกทางในการทำงานเขียน งานวิจารณ์ที่มันดูมีอุดมการณ์(ตามแบบที่นางเอกต้องดูมีความคิดอ่ะนะ)
    แน่น่อนการทำงานกะยัยตัวร้าย...มันง่ายซะที่ไหนล่ะ...นางเอกก้อต้องเซ่อซ่าตามระเบียบ...จนวันนึง sheก้อทนที่ถูกโขกสับไม่ได้...
    แล้วดันมี ผู้ช่วยมาทำให้ sheคิดได้ว่าควรทำยังงัย
    ก้อเลยเกิดการเปลี่ยนใหม่..คล้ายๆเกิดใหม่...แต่เป้นการเกิดที่เริ่ดมาก...สาวยมากๆ...จนสุดท้ายยัยตัวร้ายก้อประทับใจ...แล้วก้อให้ sheมาเป็นผู้ช่วยอันดับ 1
    ปัญหาคือ...แฟน นางเอกนั่แหละ...พอ she...เมื่อคนอื่นบอกว่า she เปลี่ยนไป..มันก้อถึงทางที่ต้องเลือกว่า จะเปลี่ยนต่อไปหรือว่า...กลับไปเป็นตัวเอง
    ....
    ....
    เอาเป็นว่าไปดุกันเอาเองนะ
    แต่ชอบนะเรื่องนี้...ดูเพลินดี..ชุดสวยมาก..ดูแล้วมันก้อเหมือนจะเป็นพล็อตธรรมดานะ...เราก้อพอจะเดาได้ว่าเรื่องจะเป็นยังงัย
    จบแบบไหน...แต่ในเรื่องมันก้มีหักมุมเล็กๆให้เราตกใจเล่น
    อย่างตอนที่นางเอกแอบนอกใจ...นอกใจจริงนะ..ถึงแม้ว่าตอนนั้นเหมือนจะเลิกกับพระเอกแล้ว..เอ๊ะงงๆ
    แล้วก้อตอนที่ยัยตัวร้ายวางแผนให้ตัวเองไม่ถูกไล่ออก...ก้อเจ๋งดี
    ตามการคาดเดา...หนังก้อคงอยากให้เรารู้ว่า...คนที่ร้ายๆ...ก้อมีมุมเศร้าๆเหมือนกัน..ถึงชั้นจะร้ายแค่ไหน...แต่ชั้นก้อรักครอบครัวนะ..
    ชั้นไม่ได้มีความสุขนักกับการเป็นคนดัง...แต่ชั้นก้อต้องทำ...ชั้นก้อมีเหตุผลของฉัน..ที่ต้องทำแบบนี้.อะรัยประมาณนี้
    ...
    หนังออกจะเว่อร์ไปหน่อยตรงที่นางเอก..อึดเหลือเกิน..แล้วก้อทำได้ทุกอย่าง...ที่ยัยตัวร้ายต้องการ...
    ก้อไม่ค่อยเข้าใจว่า..มีคนที่ยอมได้ขนาดนั้นเลยรึงัย...แม้กะทั่งการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป้นที่ยอมรับ...แต่ตามเรื่องก้อเปลี่ยนเพื่องาน...
    แต่พอเปลี่ยนนานเข้า..มันก้เหมือนเกิดใหม่..
    พอมีคนมาทัก...มันก้อเลย...ต้องเลือก...ถึงตอนั้นมันคงสับสนน่าดู
    แต่บางทีลองเปลี่ยนซะบ้างอาจจะทำให้เรารู้จักตัวเองที่ซ่อนอยู่ก้อได้...
    หรือบางทีอาจทำให้เรารู้ว่าสิ่งที่เป็นอยู่นะ....ดีที่สุดแล้ว
     
    ps...ติดตามตอนต่อไป
           ประกาศผล fat award แล้ว..slUr ได้ตั้ง 3รางวัล...ลองเข้าไปดูผล
     
    March 02

    อะไรก็ได้...ได้จิงอ่ะ

    ปิดเทอมแล้วจิงๆ..เพื่อนก้อเริ่มกลับไปกันแล้ว...พรุ่งนี้ก้อคงหายหมด
    แล้วพรุ่งนี้จะกินข้าวกะใครละเนี่ย...ไม่ชอบเลยแบบนี้
    บางทีหน้าร้อนมันเหมือนการเริ่มต้นบางอย่าง...และการจากลาบางสิ่ง
    ความรู้สึกอย่างหลังนี้ไม่ชอบสักเท่าไหร่
    ...
    เมื่อวานไปเลี้ยงเด็กมา...เด็กจิงๆนะ..รู้สึกว่าตัวเองทำตัวเป็นประโยชน์ต่อสังคมก้อเมื่อวานนี้เเหละ
    เอาขนม  นม  (มาม่า) ไปแจก...อันหลังนี่ไม่รู้มีประโยชน์มั้ยแต่รู้ว่าเด็กชอบมากๆ...
    สนุก...เหนื่อย...เศร้า...มันมีหลายความรู้สึกมากๆ...สนุกที่ได้ทำอะรัยดีๆกับเพื่อนๆ  
     เหนื่อยที่ต้องต่อสู้กับเด็ก...และเศร้าที่โลกเรามีพวกไร้ความรับผิดชอบอีกเยอะ
     
    ...เห็นแล้วก็เออว่ะ...เราโคตรโชคดีเลยนะที่เกิดมาแล้วมีพ่อแม่...พ่อแม่ที่มีความรับผิดชอบ..
    ....
    ...
    ไปดูมาแล้ว...ยังไงก้อรัก...มันเป็นหนังตลก...จิงรึเปล่า
    ถามว่าชอบมั้ย  มีทั้ง 2อย่างเลยชอบกับไม่ชอบ
      ชอบเรื่อง..ชอบเพลง...หนังคล้ายๆกับโคตรรักเอ็งเลย  แต่ถ้าเทียบกันแล้วมันไม่ถึงอ่ะ
    มันเป็นหนังตลกซึ้งนะ...แต่รู้สึกว่าดูแล้วมันเหมือน หนังตลกทะลึ่งมากกว่า
    รุ้สึกว่าดุแล้วมันเลี่ยน...คืออะไรที่มันทะลึ่ง  มันก้อเอามาเล่นให้ขำๆได้..
    แต่ถ้ามันมากไปมันก้อขำไม่ออก
    ตรงนี้แหละที่ไม่ชอบ...เลยกลายเป็นว่าไม่ประทับใจสักเท่าไหร่
    ให้คะแนนแค่65%ก้อแล้วกัน หักคะแนนจากมุกทะลึ่งๆพวกนั้น...
    ..
    ...
    ....
    ps. อะไรก้อได้...ให้ฉันป็นอะรัยก้อได้...ขอแค่มีเธออยู่ใกล้ๆแค่นั้นก้อพอ...ฟังแล้วก้อสงสัย  ว่ามันอะรัยก้อได้จิงๆหรอ...
         แล้วชอบจิงๆหรอคนที่เอาแต่บอกว่า..อะไรก้อได้...มันน่าสงสัยจิงๆ
         ....
         ....
         Lovin' you is easy cause you're beautiful  ชอบเพลงนี้มานานแล้ว...มันน่ารักดีน่ะ