sutthida's profileturtledentist's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    28 April

    let 's cry มาร้องไห้กันเถอะ

    อยากจะร้องไห้..........
    1อาทิตย์ที่เปิดเทอม...ขึ้นคลินิก
    1อาทิตย์ที่ได้กินข้าวแค่ 1 มื้อ/วัน...ข้าวเย็นเท่านั้น...
    1อาทิตย์ที่โดนด่าทุกวัน...ขอย้ำทุกวัน แล้วแต่ละคำที่ด่า...เอ่อช่วยฆ่ากันให้ตายเลยดีกว่า
    มันเป็น 1อาทิตย์ที่เหนื่อย...เเละเหนื่อย...แล้วมันก้อเป็นเเค่การเริ่มต้น...ฉันจะทนได้นานแค่ไหน
    ....ตอนนี้ก้อได้ขึ้นคลินิกprosth ทำฟันปลอมทั้งปาก...กว่าจะหาคนไข้ได้...เป็นคลินิกที่ไม่อยากจะเข้าเลย
    เหนื่อย...ทั้งกายและใจ...หมอค่ะ...ถ้าหมอไม่ได้เอาสมองมาก้อไม่ต้องมาถาม...เอ่อ...ถ้ารู้ก้อคงไม่ถามหรอกนะ
    มาป็นอาจารย์เพื่ออะไร...ไม่เข้าใจจิงๆ...
    อาจารย์ค่ะ...ขอเรียนปรึกษาค่ะ..คือว่า...ถ้าหมอทำไม่ได้ก้ให้คนไข้กลับไป...เอ่อ...ดีเนอะ...โคตรจะดีเลย..ไปนอนอยู่บ้านเลยไป
    โมโห...ไม่เข้าใจ...หงุดหงิด...ถ้าผิดก็บอกว่าผิดดิ..บอกกันดีๆก็ได้..จะตะโกนทำไม..โวยวายทำไม...เป็นใครก็ตกใจ...เบื่อ
    อยู่ในห้องเล็คเช่อร์เหมือนนางฟ้า...แต่ว่าพอลงคลินิก..ปีศาจชัดๆ...อาจารทันตเเพทยืน่าจะไปพบจิตแพทย์บ้าง
    บุคลิกภาพแปรปรวนกันเหลือเกิน...
        คลิกศัลย์ก้อสนุกดี...น่าตื่นเต้น..ชอบอันนี้ที่สุดเลยที่ลงมา...ถอนฟัน..ผ่าตัด...กรอกระดูก.มนุษย์เรานี่โคตรเก่งเลยนะ...ไม่กดดันด้วย
    อาจารย์ใจดีด้วย...งานสบายๆ...ไม่สับสนวุ่นวาย..ส่วนdiag - วินิจฉัย...ทำให้รู้ว่า..เออว่ะกูโง่..ดีที่เจออาจารย์น่ารัก..สบายไป..เหลืออีกคลินิกที่ยังไม่ลง...คือเรดิโอ-ถ่ายภาพรังสี
    ขอให้เจออาจารย์ใจดีด้วย...สาธุๆ
    ....
    .....ตอนนี้รู้สึกเหมือนความรับผิดชอบมันมากขึนมากๆ..ดีที่คนไข้..น่ารักมากๆ..โดยเพาะคุณลุงที่มาทำฟันปลอม...ขอบคุณที่สละเวลามาเป็นคนไข้ให้เเล้วก็ไม่บ่นสักคำ
    รู้สึกว่าเราต้องอ่านหนังสือเพิ่มแล้ว...ช่วงนี้ก้อเลยไม่ได้มานั่งเล่นเน็ตโหลดเพลง..อันนี้เเย่เลย...ทำใจไม่ค่อยได้...แต่ว่าถึงโหลดมาก็คงไม่ได้ฟังหรอก...เหอๆ
    เวลาที่ให้มามันน้อยเกินไป...แต่ว่าถ้าจะให้เลิกเลยมันก้อคงไม่ได้..ต่อให้เหนื่อยเเค่ไหน..แต่พอได้มานั่งฟังเพลง...หาเพลงใหม่ๆ
    มันก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นมามากๆ...
    ps...คืนวันศุกร์เพื่อนๆไปยูบาร์...เเต่ว่าเค้าไม่ไป...คิดดูเเล้วกันว่าเหนื่อยเเค่ไหน...(แสดงว่าปกติไม่เคยพลาด...555++)ไม่ไหวจิงๆ...
       ...มีเรื่องให้คิดมากมายทั้งอาทิตย์...จนลืมเรื่องของใครบางคนไปเลย...กำลังฟังเพลงนี้พอดี...อยู่ตรงนั้นเธอคิดถึงฉันมากเท่าไหร่...อยู่ตรงนี้ธอรู้ไว้เลยว่าคิดถึงเธอจนล้นหัวใจต่อให้เนิ่นนานที่เราไม่เจอะเจอ..ทุกนาทีหัวใจเรานั้นไม่เคยจะห่างกัน...มันจะห่างได้งัย...ในเมื่อไม่เคยใกล้กัน...555
      ....อ่ะ..เขียนบ่นอาจารย์ไป...ใครอ่านอย่าไปเล่าให้ใครฟังนะ..เด๋วซวย
      ....ชอบเพลงนี้...ทั้งที่รู้ว่าเจ้บ...เเต่ฉันก้อไม่เคยเข็ด จะยอมให้เธอหลอก..เพราะใจฉันบอก..ว่าฉัน..ตกหลุมรักเธออีกแล้ว..(ไม่เข็ด..ลิปตา)
    แก้ไม่หาย...ไอ้นิสัยที่ชอบเปลี่ยนใจ...กลับไปกลับมา...
    22 April

    ว่างมั้ยไปดูหนังกัน...me myself...ไปดูมาแล้ว

    วันนี้วันศุกร์แต่กว่าเขียนเสร็จมันคงจะกลายเป็นวันเสาร์ไปแล้วล่ะ
    วันนี้อยากเขียน...จิงๆมาเล่นทุกวัน...แต่วันนี้เป็นวันที่อยากเขียน...วันนี้สอบ...จิงๆก่อนหน้านั้นก้อสอบ
    สอบเช้า...ตกบ่าย...อะไรมันจะรวดเร็วขนาดนั้น...ไม่รู้จะว่ายังยัง...สมควรเเล้ว...ก็ดูมันสิ...มันอ่านหนังสือตอนไหน
    เล่นแต่เน็ต....ฟังแต่เพลง...ไอ้อ้วนบอกว่า..มึงจะเปิดสถานีวิทยุรึงัย...เหอๆ...ถ้าทำได้ก้อคงทำไปแล้ว..ไม่มานั่งให้มันเจ็บใจเล่นหรอกนะ
    ช่วงนี้ติดฟังแฟตมากๆๆ....ขอย้ำว่ามากๆ...ไม่รู้ว่าทำไม...เหมือนอยู่เฉยๆแล้วมันฟุ้งซ่าน...ต้องหาอะไรทำ...จิงๆมันควรจะอ่านหนังสือใช่มั้ย
    อ่ะ...ว่ากันเรื่องนี้..วันจันทร์นี้ก้อหมดเวลาสนุกแล้ว...มันสั้นจิงๆ...ไม่อยากจะคิดถึงเรื่องนี้เลย
    ปกติไม่ค่อยจะกลัวอะไรที่มันยังมาไม่ถึงหรอกนะ...มันจะยากเเค่ไหนเชียว...ก็แค่วิ่งชนมัน...เจ็บนิดเจ็บหน่อยเดี๋ยวก้อหาย
    แต่ว่าครั้งนี้...ยอมรับเลยว่ากลัวมากๆ...กลัวอะรัยล่ะ...กลัวทำเค้าเป็นอะไรนะสิ...จะขึ้นคลินิกแล้ว..จะมีคนไข้จิงๆแล้ว...จะได้รักษาคนจิงๆ...
    เฮ้ย....อย่างกรูเนี่ยนะ...อ่ะ...มันหมายถึงการับผิดชอบชีวิตคนอื่นด้วยนี่หว่า...คิดเเล้วมันน่าเครียดจิงๆ...
    เเต่ก้อเอาเหอะนะ....มันคงจะผ่านไปได้ละมั้ง...อีกตั้ง 3 ปีเลยหรอวะเนี่ย...มันนานจิงๆเลยนะ...
    กว่าจะได้เป็นตัวเอง
    ......
    .....me  myself...ไปดูมาแล้ว
    ก้ออย่างที่รู้กันมันเป็นเรื่องของผู้ชายคนนึง...พระเอกนั่นแหละ  โดนตีหัวแล้วโดนรถชน...จนความจำเสื่อม...แล้วคนชนก้อคือนางเอก..แล้วงัยล่ะ...ก็จำไม่ได้
    นางเอกก้อต้องรับผิดชอบโดยการพามาอยู่ด้วย....แล้วยังงัยล่ะ..นางเอกโดนทิ้งมาพอดี...อ่ะ....แล้ว...มัน..ก็ ....กลาย...เป็นความรัก
    แต่แล้ววันนึง....ความทรงจำก้อกลับมาถามหา...ตัวตนจิงๆ...กรูเป็นกระเทยอ่ะ...แล้วมันจะเป้นยังงัยละ...จะเลือกอะไรดี...
    กลับไปเป็นกระเทยอย่างที่เคยเป็น...หรือว่า...เป็นผู้ชายคนนึงที่รักเธอ...อันนี้ไปดูเอง
    โดยส่วนตัวเเล้ว...ชอบอ่ะ...เรื่องมันธรรมดามากๆเลยนะ...แต่ยอมรับว่าชอบพล๊อตเรื่องนี้นะ...คิดได้งัย...กระเทยความจำเสื่อมมารักกับผู้หญิง....แล้ววันหนึ่งมีคนมาบอกว่า
    เฮ้ย...มึงอ่ะเป็นกระเทยนะโว้ย..จะรักกับผู้หญิงได้ยังงัย...โอ้แม่เจ้า...อึ้งคับอึ้ง...มันยิ่งกว่าตอนที่เป็นผู้ชายอยู่ดีๆแล้ววันนึงค้นพบว่าตัวเองชอบผู้ชายซะอีกนะ
    ใครจะอยากเชื่อล่ะว่าตัวเองจะเคยเป็นกระเทยมาก่อน...พอความทรงจำกลับมา...มันก้อยังวนเวียนอยู่...จะทำยังงัยดีล่ะเนี่ย...ถ้าเป็นฉัน
    ก้อคงตัดสินใจแบบนี้แหละ...เพราะว่า me myself....ในหนังมันก้อบอกไว้...แต่รุสึกว่ามันจะพูดงงสักหน่อยนะ....สรุปได้ว่า
    เราอาจจะเป็นสิ่งที่เราอยากเป็น....สิ่งที่เราต้องเป็น ....หรือสิ่งที่คนอื่นยัดเยียดให้เราเป็น....
    แต่ว่าคนเราก้อมีสิทธิเสรีภาพในการเลือกได้ว่าจะเป็นแบบไหนในสามแบบนี้...
    สิ่งสำคัญมันอยู่ว่า...ตอนนี้เรารู้ว่าเราเป็นอะไร...ก็พอ...
    เหมือนที่นางเอกถามว่า...เธอยังรักฉันอยู่มั้ย...พระเอกบอกว่า...ผมเป็นแบบนี้มันคงเป็นไปไม่ได้...
    นางเอกถามอีกว่า แล้วเธอยังรักฉันอยู่มั้ย...พระเอกก้อบอกว่า...มันเป็นไปไม่ได้อยู่ดี...(ประมาณนี้มั้งนะ..จำได้แค่นี้)
    นางเอกถามอีกว่า....เธอยังรักฉันอยู่มั้ย(Do you love me?)
    พระเอกตอบว่า.......รัก(I do)
    ......just enough...แค่นี้ก้อพอแล้ว...

    ..........มันคงเหมือนตอนนี้ที่ฉันเป็น....เป็นหมอฟันที่รู้ว่าตัวเองไม่ได้อยากเป็นหมอฟัน...งัยล่ะ  just enough
    ps...หนังมันไม่มีอะรัยจิงๆนะ...แทบจะเดาเรื่องได้หมดแม้กระทั่งตอนจบ...ถ้าไม่จบแบบนี้คงดดนด่าแน่ๆ....แต่ว่าหนังมันดูธรรมดาแต่ว่าน่ารักดี...ตอนมันเริ่มรักกัน...อาจจะเป็นเพราะว่าอนันดาหล่อ...มากกกก...ก็ได้นะ..หุหุ
       ....ไปดูหนังวันนี้เหมือนได้ดูหนัง 3 เรื่อง...เรื่องที่ 1 me myself...หนังรักโรแมนติกเล็กๆ.
                                                       เรื่องที่ 2 หนังสงครามต่อสู้...กำลังซึ้งเลย..แต่..ลำโพงมันกระหึ่มไปรึป่าวพี่...เสียงแตกอีกตะหาก...ยังกะเสียงฉากออกรบ
                                      และเรื่องสุดท้าย ...เด็ดสุด...หนังสดข้างหน้าอ่ะ..โหยแบบว่า..มันกะลอกเลยมั้งน่ะ...พอพระเอกนางเอกจูบกันปุ๊บ..มันก้อจุ๊บกับปั๊บ...แถมมากกว่าในหนังอีกนะ...ไม่ได้แอบดูหรอกนะ..แต่ว่ามันอยู่ข้างหน้าพอดี...อยากจะแอบถ่ายคลิปไว้เลย  นัวเนียร์เหลือเกิน...เสี้ยนมากก้อไปที่อื่นเลยไป...พอหนังจบ...ไม่คิดอะไรเลย....ขอดูหน้ามันหน่อยเหอะ....ดีล่ะที่ไม่ถ่ายไว้...เอาไปขายก้อขายไม่ได้หรอก...หน้าตาไม่ดีแล้วยังทำตัวไม่ดีอีก...สงสัยมันจะ me myself มากไปมั้ง
    .......สรุปว่าวันนี้คุ้มจิงๆ
    ....
    ......
    .....me myself...
    ขอเสนอหนังเรื่องใหม่....be my sweet...5555+++
     
    09 April

    ส่วนที่ฉันชอบมากที่สุด...ฉันคิดมาตลอดว่าพ่อชอบกินหัวกุ้ง

    นิ้วกลม....ชอบอ่ะคนนี้...เค้าเป็นนักเขียนรู้จักเพราะว่าอ่าน อะเดย์ คอลัมภ์ อะรัยสักอย่าง  เป็นเหมือนนิยาย...ฮาดี..ชอบ
    น่าจะชื่อว่า ฟ้าเหลืองมั้งถ้าจำไม่ผิด.....เขียนดีอ่ะ...เคยอ่านบทสัมภาษณ์ ครั้งล่าสุดนี่ ลงในอะเดย์
    ชอบ...หนังสือของนิ้วกลม...เกี่ยวกับการเดินทาง...ยังไม่เคยอ่าน  เหอๆ..เพราะว่าไม่ชอบอ่านหนังสือยาว...ชอบอะรัยที่มันสั้นๆ  จบเร็วๆ
    ที่จะพูดถึงนี่คือ คอลัมภ์ล่าสุดที่นิ้วกลมเขียนในอะเดย์...อ่านที่รัยก้อโดน...และอันล่าสุดนี่ ชื่อว่า  ณ ร้านอาหารทะเล....ร้องไห้เลย....อีกแล้ว
    ......เรื่องที่เราไม่เคยคิด...หรือว่าเราคิดเเล้ว แต่มันผิด....เค้าบอกว่า...ผมคิดมาตลอดว่าพ่อชอบกินหัวกุ้ง...
    ฉันก้อคิดแบบนั้นเหมือนกัน..เค้าชอบกินกุ้ง น้องเค้าก้อชอบ แม่ก้อชอบ ชอบทั้งบ้าน  แต่ว่าพ่อชอบกินหัวกุ้ง...เค้าไม่รู้ว่าพ่อเคยกินตัวมันมั้ย  จานของพ่อมีแต่เศษหัวกุ้ง 
    พ่อบอกว่าตรงนี้อร่อยที่สุด  (ตรงไหนว่ะ)..อยากรู้ว่าเค้าเขียนว่าอะรัย...ไปหาอ่านกันดูนะ...อ่านเเล้วเค้ารู้สึกว่า  รู้ได้งัยว่ะ..มานั่งกินข้าวบ้านเรารึงัย
    จะเล่าให้ฟัง เรื่อง1  เรื่องที่นิ้วกลมเล่า
    ....
    เคยได้ยินเรื่องเล่าของหญิงชรากับชายชราคู่นึงมั้ย...ไม่เคย
    มีคุณปู่กะคุณย่าคู่นึงอยู่กินกันมานานจนอายุ 70ปี สิ่งที่ทั้งคู่ทำเป็นประจำทุกวันคือ การตื่นมากินกาแฟแกล้มกับขนมปังกะโหลก....เอ่อ..มันเป็นขนมปังแบบไหนก้อไม่รู้
    คุณปู่จะบิขนมปังส่วน"กะโหลก"ให้คุณย่ากินเสมอ...คุณย่าก้อกินโดยไม่เอื้อนเอ่ยอะรัย....เป็นอย่างนี้มา 50ปี...ในที่สุด
    วันนึงคุณย่าหมดความอดทน  จึงบอกกับคุณปู่ว่า..."นี่คุณจะให้ฉันกินขนมปังกะโหลกนี่ไปนานแค่ไหน  ฉันทนกินมา 50 ปีแล้วนะ คุณไม่รู้หรอ นั่นเป็นส่วนที่ฉันเกลียดที่สุด"
    คุณปู่ฟังเเล้วทำหน้าเศร้าก่อนจะตอบคุณย่าว่า..."ขอโทษ   ฉันไม่เคยรุ้เลยว่า เธอไม่ชอบ  เพราะนั่นเป็นส่วนที่ฉันชอบที่สุดเลยนะ"
    ......
    ......ไม่รุ้จะบอกว่างัย...ลองนึกสิว่าถ้าเราเป็นคุณปูjที่ยอมให้ส่วนที่ชอบที่สุดแก่คุณย่ามา 50 ปี...หรือว่าเราเป็นคุณย่าที่ยอมกินส่วนที่ไม่ชอบที่สุดมา 50 ปี
    ......สำหรับเค้า...เค้าว่ามันเป็นเรื่องของความรักล้วนๆเลยล่ะ....
    ..........
    ...............ส่วนมันเกี่ยวกับพ่อชอบกินหัวกุ้งยังไง...ไปอ่านเอาเอง..ยืมเค้าก้อได้นะ
     
    ps. ....อยากกลับไปกินข้าวที่บ้านจัง...กับข้าวฝีมือแม่อร่อยที่สุด
             ชอบเพลงนี้มากๆ...หมอกหรือควัน..ลองทายดูสิ ว่าเต่าตัวนี้เป็นหมอกหรือควัน
     
     
     
    02 April

    ร้องไห้....ทำไม

    อีก 2 วันมั้งจะกลับมอแล้ว...ไม่อยากจะกลับเลย...คิดแล้วมันเศร้าT_T
    ......
    เวลาเศร้า  เราก้อร้องไห้ เวลาดีใจสุดๆเราก้อร้องไห้ เวลาโมโหเราก้อร้องไห้....น้ำตาไม่ได้มาพร้อมกับเรื่องไม่ดีเสมอ
    ....ฉันเป็นคนร้องไห้ได้ง่ายมากๆ...ไม่ว่าจะเป็น คน เพลง หนัง ละคร โฆษณา  รายการทีวี บทความ....อะไรก็ตามรวมไปถึง ท้องฟ้าและสภาพอากาศ
    และรู้สึกว่าช่วงนี้ร้องไห้บ่อย...ก้อเลยเกิดคำถามว่า กรูร้องไห้ทำไมวะ อันนี้มันไม่ได้เศร้านะ อันี้มันน่าดีใจตะหาก...และบางครั้งก้อไม่เข้าใจว่าทำไมน้ำตาไหล
    เหมือนงงตัวเองว่ากำลังรู้สึกอะรัยอยู่ถึงร้องไห้ออกมา...บางคนคงไม่เข้าใจหรอกว่ามันเป็นบ้าอะไรของมันวะ  อะรัยมันจะอินขนาดนั้น
    ก้อย่างที่บอกว่าช่วงนี้เสียนำตาบ่อย...เลยอยากจะนับดูว่าเสียน้ำตาให้กับอะไรบ้าง เอาเท่าที่จำได้แล้วกัน 
     
    ......
    วันพุธ+พฤหัส...ดูสู้เพื่อเเม่ เคยดูม่ะ เป้นตอนสู้เพื่อเเม่สะพายเป้...ให้เด็กไปอยู่ฟาร์มนมวัว....จำไม่ได้ว่าที่ไหน ก้อให้เด็กทำภารกิจต่างๆ
      เช่นให้เด็กกินผักอ่ะอันนี้ขำไปน้ำตาไหลไป...แบบต้องเห้นน่าเด็ก...ตอนมันยัดคะน้าเข้าปาก..อย่างทรมาน แล้วมันขำอ่ะ....
    แล้วพอดูหน้าพอแม่(พ่อเเม่นั่งดูในรายการ)แบบประมาณว่าสงสารลูกอ่ะ
    แล้วมันก้อมีภารกิจให้ไปเอาถังนมวัว.....รีดนมวัว..ก้อเจออุปสรรค เหนื่อย  แบบนั่งดูไปก้อขำนะ ก้อเด็กอ่ะ...
    แต่พ่อแม่อ่ะคงขำไม่ออก  พอเด็กกลับมาก้อแบบเห็นหน้าพ่อแม่
    โห..ปล่อยโฮกันหมดเลยทั้งครอบครัว......รวมถึงฉันด้วย หึหึ
     
    ..................
    วันเสาร์....ตลอดเลยหนังญี่ปุ่น ชอบทำให้เศร้า แบบสะอึก..คือจิงๆดหมือนมันจะจบแบบแฮปปี้เอนดิ่งนะ...แต่อย่าหวัง....
    มันจะทำให้เรารู้สึกแบบ..อ่ะ...เอาแบบนี้อ่ะหรอ
    แต่ว่า..สุดท้ายแล้วเราก้อจะอืม......ดีล่ะที่เป็นแบบนี้..นี่กำลังพูดถึงเรื่อง engine ซิ่งสุดใจเติมไฟฝัน
    ที่มันเคยฉายที่ (ที)ไอทีวี อ่ะ เสาร๋อาทิตย์ แต่ว่ามันจบไปแล้วล่ะ
    คงต้องไปหาแผ่นมาดู   มันเป็นหนังที่ดีนะ  จะบอกว่าเคยดูแค่ 2 ตอนเอง  แล้วก้อเสียน้ำตาทั้ง 2ครั้ง
    มันเป็นเรื่องของบ้านที่ถูกทำให้เป็นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า โดยคุณตาที่มีลุกชาย(พระเอก)เป็นนักแข่งรถ
    วันสุดท้ายที่ลูกชายจะไปแข่งรถครั้งสุดท้ายเพื่อหวังจะเอาเงินมารักษาให้บ้านเลี้ยงเด็กไม่ถูกปิดตัว
     พ่อถามลูกชายว่า  ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องแข่งรถ..เอาชีวิตไปเสี่ยง....ลูกชายก้อบอกประมาณว่าพ่อคงไม่เข้าใจ เลยถามกลับว่า
     แล้วทำไมพ่อถึงเปิดบ้านเลี้ยงเด็กล่ะ...เพื่ออะไร  พ่อตอบว่า เพราะว่าแกอยากเป็นนักแข่งรถงัยล่ะ ฉันทำเพื่อแกทุกอย่าง แต่แกกลับไม่รักชีวิต
    ฉันอยากจะสอนให้เด็กๆรู้จักรักชีวิต  อย่างที่ฉันสอนแกไม่ได้  อ่ะชอบตรงนี้อ่ะ ไม่รู้ทำไม
    แต่ไม่ได้ร้องตอนนี้ ร้องตอนที่คุณตาเล่าประวัติเด็ก ในบ้านให้คนในหมู่บ้านฟัง  อันนี้มันไม่มีรัยเลยนะ  เล่าเฉยๆ แต่ว่าทำไมฟังแล้วน้ำตามันไหลนะ
     
    ...........................................
    อันนี้เป็นครั้งที่ 2 ของวันที่ร้อง เคยดูนี่ม๊ะ ชิงช้าสวรรค์ ดูทีไรร้อองไห้ทุกที...ทุกทีจิงๆ...ตอนที่มันประกาศรางวัลนะ...ก้อไม่เข้าใจ ว่ามันเศร้ารึว่า เราดีใจ รึว่ายังไง แต่ดูแล้วมันแบบ T_T  อันนี้ดูเพราะพ่อกะเเม่พาดู แต่มันเป็นรายการที่ดีนะ  ดูแล้วรูสึกว่าเด็กสมัยนี้มันเก่งจิงๆนะ
     
    .......................................
                  อันนี้เรื่องสุดท้าย ร้องวันนี้ ไม่รู้เรื่องอะรัย จำได้ว่าเป็นเรื่องของ ด๊อกเตอร์อะรัยสักอย่างกับเครื่องย้อนเวลา 
    ประมาณว่ามีคนที่เค้าคิดว่าเป็นนางเอกนะ มาขอให้พากลับไปในวันที่พ่อตาย
    พ่อนางเอกตายเพราะว่าโดนรถชน ที่มุมถนน ตายตอนนางเอกเด็กมากก นางเอกก้เลยไม่มีโอกาศได้ใช้ชีวิตเด็กที่มีพ่อ 
     พอกลับไปดูอดีต นางเอกก้อทนไม่ได้ที่จะเห็นพ่อตายต่อหน้าก้อเลยไปช่าวย  พ่อเลยไม่ตาย   แต่คนอืนทั้งโลกจะตายหมด....
    ก้อเพราะว่าเรื่องราวจะถูกเปลี่ยน แล้วมันมีตัวเหมือนสัตว์ประหลาด คอยรักษาเวลา รึว่าเรื่องราวในอดีตไว้ (ไม่แน่ใจ) มันจะฆ่าทุกคน 
    มันก้อเลยเป็นเรื่องขึ้นมา มันเป็นฉากในโบสถ์ เพราะว่ามีคนคุ๋นึงกะลังจะเเต่งงาน แล้วพ่อแม่ของนางเอกก้อต้องไปงานเเต่งงาน
    นางเอกเกิดแล้วนะเเต่ยังอยู่ในรถเข็น ตอนแรกแม่นางเอกนึกว่านางเอกเป็นเด็กที่พ่อนางเอกเลี้ยงดูไว้ แต่ตอนหลังก้อรู้ว่าเป็นลูก
     ตอนท้ายๆดอกเตอร์ที่พาไปก็ตาย จะตายกันหมดเรื่องเลย รู้สึกว่าเป็นความผิดของนางเอกทั้งเรื่องเลย คือ  แต่ว่าพ่อใครใครก้อรัก 
     สุดท้ายทางเดียวที่มีคือพ่อต้องยอมตาย  ก็ไม่ตายได้งัย ไม่งั้นก้อตายกันหมดโลกดิ  นางเอกก้อตาย  พ่อพูดกับลูกว่า  พ่อตายเพื่อรักษาลูกไว้ 
    การตายของพ่อมีความหมาย....แล้วทุกอย่างก้อกลับคืนมาเเหมือนเดิม....แล้วฉันก้อร้องไห้เหมือนเดิม
     
    ps....รู้สึกว่าจะเขียนเยอะไปหน่อย หึหึ
           ชอบเพลงนี้อ่ะที่เอาใส่ไว้นั่นแหละ msn ตอนนนี้ติดมันมากๆ^_^รึว่าติดใครที่อยู่ในนั้นมากกว่า หุหุ>_<